ไทยเร่งกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า

ประเทศไทยมียุทธศาสตร์การกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี 2563 ซึ่งสอดคล้องต่อแผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธ อเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

ทั้งนี้ จากข้อมูลจากการเฝ้าระวังโรค 5 ปีย้อนหลังพบผู้ป่วยปีละไม่ถึง 10 ราย แต่ในปี 2559 ประเทศไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นเป็น 14 ราย และในปี 2560 นี้ พบผู้ป่วยแล้ว 3 ราย ในจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ซึ่งสอดคล้องต่อสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ที่พบตัวอย่างสัตว์สงสัยให้ผลบวกต่อโรคพิษสุนัขบ้า มากกว่าร้อยละ 7 ส่วนผู้ที่ถูกกัด หรือสัมผัสติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทันท่วงทีจะป่วย และเสียชีวิตทุกราย

ด้วยพระกรุณาธิคุณของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในฐานะองค์ประธาน “โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า” ด้วยพระปณิธานของพระองค์ที่ทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ รวมถึงพระวิสัยทัศน์ที่เกี่ยวกับสุขภาพหนึ่งเดียวในการสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทยภายในปี 2562 ก่อนเป้าหมาย ASEAN RABIES FREE 2020 โดยมีมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันควบคุมโรค ดังนี้

1.การป้องกันโรค (Prevent) เน้นการป้องกันการเกิดโรคในคน สร้างความตระหนักให้ประชาชนปฏิบัติตนหลังถูกกัดอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการเสียชีวิต และการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ
2.การค้นหาตรวจจับความผิด (Detect) เมื่อพบผู้ป่วยสงสัย/เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า มีการลงสอบสวนควบคุมโรคโดยเร็วที่สุด
3.การตอบโต้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ (Response) ออกสอบสวนโรคร่วมกันภายใน 24 ชั่วโมง ค้นหาติดตามผู้สัมผัสโรคให้มารับการฉีดวัคซีนภายใน 48 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม โรคพิษสุนัขบ้าเป็นหนึ่งในโรคที่ต้องแจ้งความต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 หากพบผู้ป่วยต้องแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทราบทันที

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้วางแนวทางการป้องกันโรคไว้ 3 ขั้นตอน ดังนี้
1.ก่อนถูกกัด ใช้หลักการคาถา 5 ย. ป้องกันการถูกกัด ได้แก่ “อย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแยก อย่าหยิบ อย่ายุ่ง” คือ อย่าแหย่ให้สุนัขโมโห อย่าเหยียบสุนัข หรือทำให้สุนัขตกใจ อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า อย่าหยิบชามอาหารขณะสุนัขกำลังกิน และอย่ายุ่งกับสุนัขนอกบ้านหรือที่ไม่ทราบประวัติ
2.กรณีถูกกัด ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่ และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน และรีบไปพบแพทย์โดยทันที เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างเหมาะสม รวมถึงกักขังสัตว์ที่กัดสังเกตอาการอย่างน้อย 10 วัน หากสัตว์ตัวนั้นมีอาการปกติแสดงว่าไม่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า แต่หากสุนัข หรือแมวเสียชีวิต ให้รีบแจ้งกรมปศุสัตว์ หรือสถานเสาวภา เพื่อส่งตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าทางห้องปฏิบัติการ
3.หลังจากถูกกัด ควรรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่องครบชุดตามเวลาที่แพทย์นัด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ขอบคุณ สสส.